สุพรรณิการ์
ฝ้ายคำ/ Silk Cotton Tree/Yellow Cotton Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์: Cochlospermum regium (Schrank) Pilg.
วงศ์: Bixaceae
ประเภท<
จ๊าลาน/ตาลเดี่ยว/พญารากเดียว/พร้าวนกคุ่ม/มะพร้าวนกคุ่ม ชื่อวิทยาศาสตร์: Molineria latifolia (Dryand.ex.W.T.Aiton) Herb. ex Kurz var.Latifolia วงศ์: Hypoxidaceae ประเภท:ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ความสูง: 50 – 100 เซนติเมตร ลำต้น: ใต้ดินเป็นเหง้าเล็ก ๆ รูปทรงกระบอก ยาว 25 – 30 เซนติเมตร ใบ: เดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอกแคบ แผ่นใบพับจีบตามยาว ดอก: ช่อดอกออกกระจุกที่โคนต้น สีเหลือง ผล: สดมีเนื้อ เมื่อสุกสีขาว ดิน: ดินร่วน น้ำ: ปานกลาง หากความชื้นในอากาศน้อยปลายใบจะไหม้ โดยเฉพาะในฤดูหนาวและฤดูร้อน แสงแดด: รำไร ขยายพันธุ์: แยกเหง้าหรือเพาะเมล็ด การใช้งานและอื่นๆ: ชาวบ้านมักเชื่อว่า เวลาเดินในป่าต้องนำใบทัดหู จะช่วยป้องกันอันตรายจากเห็บป่า ♦ หากนำหัวฝนกับน้ำ เสกด้วยคาถา […]
ชื่อวิทยาศาสตร์: Typhonium sp. วงศ์: Araceae ประเภท: ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้น: สูงประมาณ 20 เซนติเมตร มีลำต้นใต้ดินคล้ายหัวเผือก รูปทรงกลมขนาดเล็ก ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปไข่กว้างหรือรูปหัวใจ เนื้อใบค่อนข้างหนา สีเขียวเข้ม เส้นใบเด่นชัด ดอก: ช่อดอกออกที่ซอกใบแบบช่อเชิงลดมีกาบ ใบประดับคล้ายกาบรองรับช่อดอกสีขาวนวล มีจุดประสีแดง ปลีดอกสีเหลือง อัตราการเจริญเติบโต: ช้า ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดด: แสงแดดรำไร น้ำ: ปานกลาง การขยายพันธุ์: แยกหน่อ การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ ในทางสมุนไพรใช้เป็นยาถอนพิษ ฝี และอาการปวดแสบปวดร้อนจากน้ำร้อนลวกหรือไฟลวก โดยนำหัวหรือใบมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาว พอกบริเวณที่เกิดอาการจะช่วยบรรเทาอาการลงได้ แต่หัวว่านนี้เมื่อกินเข้าไปแล้วจะคันมาก เนื่องจากมีสารแคลเซียมออกซาเลตในเนื้อ หมายเหตุ: ว่านปรอทที่ปลูกเลี้ยงกันในปัจจุบันมีหลายพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่เป็นต้นที่เรียกว่า ว่านตะพิดเล็ก หรือ อุตพิดเล็ก (Typhonium sp.) ซึ่งเป็นพืชอีกชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ว่านปรอทในบางตำราก็เป็นพืชในวงศ์ขิงด้วย
Charisma วงศ์: Rosaceae ประเภท: Floribunda /กุหลาบพวง ความสูง: ไม่เกิน 1 ม. ลำต้น: ลูกผสม ‘Gemini’ กับ ‘Zorina’ ลำต้นและกิ่งก้านใหญ่ ใบ: ใหญ่ สีเขียวเข้ม หนาเป็นมัน ดอก: ออกเป็นช่อ ดอกตูมรูปไข่ ดอกบาน 6 – 7 ซม. กลีบดอกเล็ก สีส้มสดถึงสีส้มอมแดง โคนกลีบสีเหลืองสด ซ้อนกันหลวมๆ 35 – 40 กลีบ ปลายกลีบม้วนงอน กลิ่นหอมอ่อนๆ ก้านช่อดอกสีน้ำตาลแดง ออกดอกดกและบานได้นาน แข็งแรง ทนทานต่อโรค อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง ดิน: ดินปนทราย มีอินทรียวัตถุ ระบายน้ำและอากาศดี ค่า pH 6-7 น้ำ: ปานกลาง ไม่ขังแฉะ แสงแดด: ตลอดวัน ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ติดตา ปักชำกิ่ง การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกในกระถางหรือลงแปลงประดับสวน เผยแพร่เมื่อปีค.ศ. 1977 (พ.ศ. 2520) ได้รับรางวัล AARS (All-America Rose Selections) เมื่อปีค.ศ. 1978 (พ.ศ. 2521)
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4220
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]