AYB
- ที่อยู่: 80/82 ซอยบรมราชชนนี 123 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170
- โทรศัพท์: 066-129-9129
- https://www.ayb.co.th/
สุนัขพันธุ์อาคิตะ เข้ามาสู่ดินแดนญี่ปุ่นในฐานะสุนัขตระกูลสปิตซ์ที่เก่าแก่ ซึ่งในขณะนั้น เป็นตระกูลสายพันธุ์ของสายพันธุ์ที่เดินท่องไปตามละติจูดทางเหนือของโลก ประวัติ สุนัขพันธุ์อาคิตะ อาคิตะ คือชื่อของจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานที่ให้กำเนิดสุนัขสายพันธุ์นี้ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 โดยมีเรื่องเล่าว่า จักพรรดิญี่ปุ่นได้ส่งขุนนางผู้มีนิสัยเอาแต่ใจ ไปทำหน้าที่ปกครองจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู ด้วยนิสัยที่รักสุนัขของขุนนางผู้นี้ โดยเฉพาะสายพันธุ์ขนาดใหญ่ที่มีนิสัยกระตือรือร้น เขาจึงสนับสนุนให้ประชาชนประกวดประชันกันในการผสมพันธุ์สุนัขนักล่าขนาดใหญ่ ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย กิจกรรมที่จัดขึ้นทำให้เกิดการคัดเลือกสายพันธุ์สุนัขจากรุ่นสู่รุ่น จนได้สุนัจอาคิตะ นักล่าที่ทรงพลังผู้มีความซื่อสัตย์ในการทำงาน และมีร่างกายรวมถึงหัวใจที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงยังสามารถทำงานเป็นฝูงได้ดีในการล่าสัตว์ป่า ในช่วงแรก สุนัขอาคิตะได้รับอนุญาตให้ครอบครองได้เฉพาะสมาชิกราชวงศ์ และเลี้ยงไว้ในราชสำนักเท่านั้น หลังจากนั้นจึงได้แพร่พันธุ์ไปสู่สังคมชั้นสูงในยุคนั้น โดยเชื่อว่า อาคิตะคือสัตว์เลี้ยงที่เป็นตัวแทนของผู้พิทักษ์ประจำตระกูล อาคิตะเป็นสุนัขที่ปรากฏอยู่ในตำนานของญี่ปุ่นมาหลายศตวรรษ และยังยึดโยงถึงวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นด้วย หากบ้านหลังใดที่เพิ่งให้กำเนิดทารก พ่อแม่จะหาตุ๊กตาสุนัขอาคิตะมาไว้ในบ้าน เพื่อสื่อถึงความสุข และอายุยืนยาว การเดินทางผ่านช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น อาคิตะเกือบจะสิ้นชื่อจากแผ่นดินนี้ และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า สุนัขที่ยึดโยงกับวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นจะอยู่รอดต่อไป จึงเกิดการตั้งสโมสรสายพันธุ์สุนัขประจำชาติขึ้นในปี 1927 จากนั้น สุนัขอาคิตะก็ได้เป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่น ในฐานะของขวัญเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ลักษณะประจำสายพันธุ์ อาคิตะเป็นสุนัขที่มีร่างกายกำยำล่ำสัน มีขน 2 ชั้น เมื่อโตเต็มวัยสูงประมาณ 24 – 28 นิ้ว ขนแน่นมีหลายสี […]
ก่อนจะเป็น สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ พื้นที่ตรงนี้คือชุมชนป้อมมหากาฬซึ่งเป็น “ชุมชนชานกำแพงพระนคร” ที่เหลืออยู่แห่งสุดท้ายของเกาะรัตนโกสินทร์ ผ่านมากว่า 2 ปีกับการรื้อถอนชุมชนออกเพื่อปรับเป็นสวนสาธารณะอย่างในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ทางกรุงเทพมหานครได้จัดงาน “ยลป้อมมหากาฬยามสายัณห์…ในวันดอกไม้บาน” เป็นสวนดอกไม้ในพื้นที่ 4 ไร่ ที่เปิดให้คนกรุงได้ชมเชยระหว่างเวลา 05.00 – 21.00 น. ทุกวัน จนถึงต้นปีหน้ากันเลย สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ นอกเหนือจากการไปชมความสวยงามของดอกไม้แล้ว เราควรตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ จึงต้องย้อนกลับไปตั้งคำถามว่า สวนแห่งนี้ได้ทำหน้าที่สำเร็จตามวัตถุประสงค์ตามที่ กทม.ใช้เป็นเหตุผลในการรื้อชุมชนกลบหน้าประวัติศาสตร์ออกไปหรือไม่ เรามาฟังความคิดเห็นของ ศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ สถาปนิกผู้เป็นนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม และ คุณยศพล บุญสม ภูมิสถาปนิกผู้ชำนาญการพัฒนาเมืองและการมีส่วนร่วมของชุมชน ศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นสถาปนิกและนักประวัติศาสตร์ผู้ทำวิจัยเรื่องบ้านโบราณในชุมชนมานานก่อนการไล่รื้อครั้งสุดท้าย และเป็นส่วนหนึ่งที่เสนอให้เก็บบ้านเก่าไว้คู่กับวิถีชีวิตชุมชนเพื่อทำให้เป็น “พิพิธภัณฑ์มีชีวิต” ร่วมกับหลายองค์กรภาคสังคม รวมถึงเป็นผู้หนึ่งที่ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรมหลายแห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์มาเป็นเวลาไม่น้อย ได้ให้ความคิดเห็นว่า สวนสาธารณะที่ถูกปิดล้อม “ตั้งแต่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬมาเป็นสวนสาธารณะกว่า 2 ปี ตามที่เห็นกัน ถือเป็นสวนสาธารณะที่ล้มเหลวตามที่คาดการณ์ไว้ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งและบริบทไม่เหมาะกับการทำเป็นสวนสาธารณะอยู่แล้ว เพราะเป็นพื้นที่ค่อนข้างปิด ขนาบด้วยคลอง และกำแพงเมืองเก่า จึงเข้าถึงพื้นที่ด้านในยาก […]
เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการไปคาเฟ่นั้นดีต่อใจในหลายด้าน ไม่ว่าจะเอาบรรยากาศหรือว่านั่งจิบกาแฟกับเพื่อนสนิท แต่ถ้าหากใครอยากสัมผัสประสบการณ์การอยู่บ้านให้เหมือนจิบกาแฟอยู่คาเฟ่ละก็ บ้านและสวนขอแนะนำ เครื่องชงกาแฟเครื่องนี้ ที่จะทำให้คุณสามารถเป็นบาริสต้ามือโปร ที่รังสรรค์กาแฟดุจงานศิลปะชั้นเยี่ยมด้วยตัวเองได้ไม่ยาก มีเครื่องชงกาแฟดี ๆ ก็เหมือนมีบาริสต้าที่รู้ใจ เครื่องชงกาแฟที่ว่านี้คือ Creatista Pro รุ่นใหม่ เพียงแค่มีเครื่องนี้ตั้งอยู่ติดบ้าน มันจะเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นบาริสต้ามือฉมังโดยฉับพลัน และการรังสรรค์เมนูกาแฟนมก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะเป็น คาปูชิโน่ เมนูกาแฟนมสุดคลาสสิก Flat white เมนูกาแฟนมที่ให้รสสัมผัสของฟองนมเนียนนุ่ม แม้กระทั่งเมนูกาแฟนมลาเต้ ที่คุณเองก็สามารถรังสรรค์ฟองนมได้ง่าย (ถ้าหากถนัดให้คนอื่นชงก็เหมือนมีบาริสต้ามาชงให้ถึงบ้านเลยล่ะ) Creatista Pro รุ่นใหม่เครื่องนี้ยังคงรูปแบบการใช้งานที่ง่ายดายเหมือนเคย ไม่ต่างจากเครื่องชงกาแฟเนสเพรสโซในทุกรุ่น เพียงแค่คุณเลือกกาแฟเนสเพรสโซที่คุณชื่นชอบ แล้วตระเตรียมนมใส่ไว้ในเหยือก จากนั้นตีนมที่ให้มาพร้อมกับเครื่องและวางไว้บนเครื่องสักพัก ตัวเครื่องซึ่งมีเซ็นเซอร์ตรวจจับระดับอุณหภูมิจะทำงานอัตโนมัติ โดยทำความร้อนและตีนมที่เตรียมไว้จนกลายเป็นฟองนมที่เนียนนุ่ม ฟองนมเป็นเรื่องขนม พิเศษไปกว่านั้น ระบบของเครื่องชงกาแฟ Creatista Pro ยังมาพร้อมเมนูกาแฟนม ที่จะช่วยให้การทำเมนูกาแฟนมเป็นเรื่องง่ายดาย เพียงแค่คุณเลือกระดับฟองนมและความร้อนที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นฟองนมฟูนุ่มสำหรับเมนูคาปูชิโน่ ไปจนถึงฟองนมเนียนละมุมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำลาเต้อาร์ต ซึ่งด้วยเครื่อง Creatista Pro เครื่องนี้ จะช่วยให้คุณรังสรรค์เมนูกาแฟนมที่คุณต้องการได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และทำให้การได้จิบกาแฟแก้วโปรดที่บ้านในวันพักผ่อนและไม่อยากออกไปไหนไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไปแล้ว นวัตกรรม + ดีไซน์ = […]
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4220
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]